บทความ

ว่านตีนตะขาบ

รูปภาพ
ว่านตีนตะขาบ ... เป็นไม้ขนาดเล็ก ลำต้นเป็นปล่อง ใบเรียวแหลมออกติดกันเป็นปีก 2 ด้านตามลำต้น มองดูแล้วมีลักษณะคล้ายตัวตะขาบ ว่านตีนตะขาบ ... มีสรรพคุณทางยา แก้พิษตะขาบและแมลงป่องได้ วิธีแก้พิษ ใบสดมาตำ ผสมกับน้ำมะนาวแล้วนำไปพอกบริเวณที่ถูกตะขาบกัดหรือต่อย  (แหล่งข้อมูล:  http://www.thaihealth.or.th/healthcontent/healthtips/29101 ) บ้านครูเจี๊ยบ ... ปลูกไว้ 1 ต้น ศึกษาข้อมูลเรื่องว่านตะขาบจากเว็บไซต์ต่างๆแล้ว จึงได้ทราบว่า นอกจากความงดงามของรูปทรงลำต้นแล้วใบของว่าตีนตะขาบแล้ว ยังมีสรรพคุณทางยาอีกด้วย เห็นทีจะต้องเปลี่ยนกระถางให้ใหญ่กว่าเดิม และถ้างอกงามดี ก็จะขยายพันธุ์เพิ่ม ... วิธีขยายพันธุ์ ง่ายที่สุดคือ การปักชำกิ่ง ตัดกิ่งมาแล้วทิ้งไว้ให้น้ำยางแห้ง จากนั้น ก็ปักลงดินได้เลย !! ง่ายแบบนี้คงต้องทดลองดูบ้าง ถ่ายภาพโดย: ครูเจี๊ยบ สถานที่: บ้านครูเจี๊ยบ

ว่านรวยไม่เลิก

รูปภาพ
ว่านรวยไม่เลิก ... เป็นไม้อวบน้ำ ใบมีลักษณะนิ่มๆ สีเขียวอ่อน มีลายจุดด่างๆ สีเขียวเข้มเหมือนนำมสีไปแต้มไว้บนใบ ว่านชนิดนี้ ชอบแสงแดดรำไร ดินระบายน้ำดี ดูแลง่าย รดน้ำให้ดินชุ่มวันละ 1 ครั้งก็เพียงพอ บ้านครูเจี๊ยบ รดน้ำตอนเย็น 1 ครั้ง ก็อยู่ได้อย่างสบายๆ ดอกว่านรวยไม่เลิก ... เป็นดอกสีขาว ก้านดอกยาว ดอกตูมจะเก่ากันแน่นเป็นกลุ่ม หลายคนพูดว่า ... หากต้นว่านรวยไม่เลิก ออกดอกเมื่อใด เจ้าของจะมีลาภ!! การขยายพันธุ์ว่านรวยไม่เลิก ... อ่านข้อมูลจากเว็บไซต์หลายเว็บที่เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับ "ว่านรวยไม่เลิก" ได้ความว่า เพียงแค่หักใบว่าน มาวางๆ ไว้บนดิน เวลาผ่านไป ก็จะมีหัวเล็กๆ โผล่ออกมาจากส่วนของใบที่ฉีกออก เพียงแค่นี้ ก็จะได้ต้นว่านเพิ่ม !! ง่ายแบบนี้เลยเหรอ? ต้องลองซะแล้ว .. ถ่ายภาพโดย : ครูเจี๊ยบ สถานที่ : บ้านครูเจี๊ยบ

บานบุรีสีม่วง

รูปภาพ
บานบุรีสีม่วง (Pruple Allamanda) ... เป็นไม้เถารอเลื้อย (กึ่งต้น กึ่งเลื้อย) ลำต้นมีขนาดเล็ก แข็ง และเหนียว เถาของบานบุรีสีม่วงเลื้อยไปไม่ได้ไกลเท่าบานบุรีสีเหลือง ใบ เป็นไม้ใบเดี่ยว ออกใบเป็นกลุ่ม ดอกบานบุรีสีม่วง ... ออกดอกเป็นช่อสั้นๆ ตามซอกใบ หรือปลายกิ่ง ช่อละประมาณ 5-6 ดอก ดอกมีรูปทรงกรวย ปลายดอกบานออกเป็น 5 กลีบ ภายในกลีบ มีเกสรตัวผู้สีเหลือง 5 อัน ดอกมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ... บานบุรีสีม่วง ออกดอกตลอดปี แต่จะให้ดอกดกช่วงเดือนมิถุนายน - สิงหาคม   บานบุรีสีม่วง ... เป็นไม้กลางแจ้ง ชอบแสงแดดมากพอสมควร และต้องการน้ำมาก ควรรดน้ำเช้า - เย็น และไม่ควรปล่อยให้ดินที่โคนต้นแห้ง ชอบดินที่มีความชุ่มชื่น ควรหาพืชคลุมดินมาปลูกบริเวณโคนต้น บ้านครูเจี๊ยบ ปลูกบานบุรีสีม่วง 1 ต้น ปลูกไว้ใกล้ๆ กับต้นปีบ ... ทิ้งช่วงการออกดอกมาพักใหญ่ๆ สงสัยต้องบำรุงกันซักหน่อยแล้ว แหล่งข้อมูล:   เว็บไซต์ http://www.maipradabonline.com/maileay/banburisimoung.htm ถ่ายภาพโดย: ครูเจี๊ยบ สถานที่: บ้านครูเจี๊ยบ

แพงพวย

รูปภาพ
แพงพวย (Madagascar Periwinkle) ... เป็นไม้ล้มลุก ใบสีเขียวเข้ม กลมรีปลายแหลม ชอบแสงแดดปานกลางถึงแดดจัด แต่ถ้าโดนแดดแรงมากเกินไปและน้ำไม่เพียงพอ ใบจะเหี่ยวน่าสงสารมาก แต่พอได้น้ำชุ่มชื่นแล้ว ใบและดอกก็จะกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม (ประสบการณ์ตรงจากบ้านครูเจี๊ยบเลย !!) .. แพงพวยต้องการน้ำพอสมควร แต่ไม่ชอบน้ำแฉะท่วมขัง จะทำให้รากเน่าได้ ดังนั้น ควรใช้ดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำได้ดีและค่อนข้างแห้ง ดอกแพงพวย ... มีสีสันสวยงาม ที่บ้านเคยซื้อมาปลูก 2 สี คือ สีแดงตรงกลางสีขาวเหมือนในภาพนี้ และสีชมพูอ่อนๆ สวยงามมากๆ ... แพงพวยออกดอกตลอดปี นิยมปลูกเป็นกลุ่มประดับสวน ประดับหน้าบ้าน เห็นดอกสวยๆ ของแพงพวยแล้วจะสดชื่นดีมาก ถ่ายภาพโดย : ครูเจี๊ยบ สถานที่ : บ้านครูเจี๊ยบ

สับปะรดสี Pink Quill

รูปภาพ
Pink Quill ... เป็นสับปะรดสีสกุลทิลแลนเซีย (Tillandsia Cyanea) บ้านครูเจี๊ยบปลูก Pink Quill ไว้ 1 ต้น กว่าจะหาข้อมูลจาก Google ได้ว่า เจ้าสับปะรดสี หน้าตาแปลกๆ สีชมพูแบนๆ แล้วมีดอกสีม่วงโผล่อออกมา เหมือนหู 2 ข้างนี้ชื่ออะไร ... ใช้เวลานานมากๆ จนถึงบัดนี้ ยังหาเว็บไซต์ภาษาไทยที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเจ้า Pink Quill ไม่ได้เลย Pink Quill .. ใบเป็นทรงยาวๆ ปลายแหลม กระจายออกจากโคนต้น ดอกสีชมพูแบนๆ เหมือนพัดซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ อย่างสวยงามนี้ โดยส่วนสีชมพูนี้จะโผล่ออกจากจากโคนต้น 3 - 4 อัน แยกกันคนละทิศ ดูแปลกตาดี... แรกๆ ก็จะมีแต่สวนของสีชมพูแบนๆ นี้ ต่อไปไม่นานก็จะเริ่มออกดอกสีม่วง เหมือนหู 2 ข้าง ตามภาพที่ถ่ายมาให้ชม เมื่อดอกสีม่วงโรยไปชุดหนึ่ง ก็จะมีชุดใหม่โผล่ออกมาแทน ... ส่วนของสีชมพูแบนๆ นี้ จะอยู่ทนทานนาน 2-3 เดือน เท่าที่อ่านข้อมูลจากเว็บไซต์ Pink Quill ชอบแสงแดดรำไร ไม่ควรให้โดนแสงโดยตรง อ่านข้อมูลเพิ่มเติมจาก:  http://www.guide-to-houseplants.com/pink-quill.html ถ่ายภาพโดย : ครูเจี๊ยบ สถานที่ : บ้านครูเจี๊ยบ

ปอทะเล - โพธิ์ทะเล

รูปภาพ
ปอทะเล (Sea Hibiscus) หรือ โพธิ์ทะเล หรือ โพธิ์ฮาวาย ... เป็นไม้ยืนต้น ใบรูปหัวใจ ใต้ใบมีขนอ่อนปกคลุม พบปอทะเลได้ในบริเวณรอยต่อระหว่างน้ำจืดกับน้ำเค็ม (ที่มา: เว็บไซต์ วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี) ดอกปอทะเล .. . เปลี่ยนสีได้ถึง 3 สีภายใน 1 วัน โดยเมื่อเริ่มแย้มบาน จะเป็นสีเหลือง พอเริ่มตกบ่าย จะเปลี่ยนเป็นสีส้มอ่อน และตกเย็นจะเปลี่ยนเป็นสีแสดแดง ... แล้วก็จะร่วงโรยไปทั้งๆที่ดอกยังคงความงามอยู่ ไม่เหี่ยวไม่เฉา บ้านครูเจี๊ยบปลูกปอทะเล 1 ต้น ปลูกมาตั้้งแต่พฤษภาคม ปี 2554 ... เมื่อซื้อมาแรกๆ เลี้ยงไว้ในกระถาง วางไว้โคนต้นพญาสัตบรรณ ซึ่งบริเวณนี้จะได้รับแสงแดดยามเช้า ... ปอทะเลก็ออกดอกให้ได้ชมทุกวัน ผลัดกันออกตามยอดกิ่งต่างๆ และได้มีโอกาสถ่ายภาพเก็บไว้ แต่ก็ถ่ายภาพได้แค่สีเหลือง กับ สีแสดแดง ส่วนสีส้มอ่อนไม่มีโอกาสได้ถ่ายภาพ เพราะในเวลานั้นก็ไม่ทราบมาก่อนว่าจากสีเหลืองจะเปลี่ยนเป็นสีส้มอ่อนก่อน เวลาผ่านไปจากวันที่ซื้อมาราวๆ 2 เดือน ... คนสวนที่มาทำสวนประจำทุกๆ 2 อาทิตย์ ก็ได้นำปอทะเล มาลงดินไว้ใต้โคนต้นตีนเป็ดน้ำ ... และนับจากนั้นผ่านมา 2 ปี ปอทะเล ไม่ออกดอกอีกเล...

ปัตตาเวีย

รูปภาพ
ปัตตาเวีย (Peregrena; Spicy Jatropha) ... เป็นไม้พุ่ม แตกกิ่งก้านมาก กิ่งก้านมักโค้งลงสู่พื้นดิน ออกดอกเป็นช่อที่บริเวณปลายกิ่ง ก้านช่อยาว ดอกจะทยอยบาน ดอกมีหลายสี เช่น สีแดง ชมพู ม่วง บ้านครูเจี๊ยบ เคยปลูกต้นปัตตาเวีย 2 สี คือ สีแดง และสีชมพู ... สองต้นนี้ได้มาจากบ้านคุณอา ซึ่งที่บ้านคุณอาจะมีต้นปัตตาเวียที่เกิดขึ้นเองจากเมล็ดของต้นที่ปลูกอยู่เดิม ครูเจี๊ยบก็ไปขุดต้นเล็กๆ มาปลูก .. ปลูกง่าย เลี้ยงดูง่าย ทนต่อการขาดน้ำ นานๆ ให้น้ำซักหน ก็สามารถอยู่ได้ ใครที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลต้นไม้ แต่ต้องการปลูกไม้ดอกประดับบ้าน ลองพิจารณาปัตตาเวียดูนะคะ ... ถ่ายภาพโดย : ครูเจี๊ยบ สถานที่ : บ้านครูเจี๊ยบ